[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
องค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งน้ำวน
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
หกวัดแห่งศรัทธา เกจิอาจารย์ดัง ของดีกระเป๋าหนัง โด่งดังโบสถ์เก่าสองร้อยปี เป็นศรีคุ้งน้ำวน
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 5 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 1 คน

[admin]
link banner
e-Learning


  

  หมวดหมู่ : สำนักงานปลัด
เรื่อง : ล้อมรั้วรู้ทันป้องกันเอดส์
โดย : admin
เข้าชม : 601
อังคาร ที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ.2564 ปักหมุดและแบ่งปัน
     

คำขวัญวันเอดส์โลก ปี 2563 โดย สภากาชาดไทย

“WALK TOGETHER : เอดส์อยู่ร่วมกันได้ ไม่ตีตรา”

ประวัติความเป็นมา

วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ทุกประเทศทั่วโลก ร่วมกันรณรงค์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเอดส์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญร่วมกัน 3 ประการ คือ ไม่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ไม่มีการเสียชีวิตเนื่องจากเอดส์ และไม่มีการตีตราและเลือกปฏิบัติ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในการยุติปัญหาเอดส์ (Ending AIDS) ภายในปี 2573 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันเอดส์โลก” หรือ “World AIDS Day” ซึ่งเริ่มครั้งแรกในวันที่ 1 ธันวาคม 2531 โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

– เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงอันตรายจากการติดต่อของเชื้อเอชไอวีและการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อเอชไอวี

– เพื่อสร้างเสริมและสนับสนุนให้มีมาตรการการป้องกันโรคเอดส์ให้มากยิ่งขึ้นในสังคมทุกระดับ

– เพื่อให้มีการจัดกิจกรรมต่อต้านต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

– เพื่อส่งเสริมให้เกิดการยอมรับ และห่วงใยต่อผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอชไอวี

– เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

สัญลักษณ์วันเอดส์โลก

สัญลักษณ์ของวันเอดส์โลก คือ โบสีแดง (Red Ribbon) เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี โพซิทีฟ (HIV-positive) กับผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเอดส์ทั้งหลาย

กิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี

– การถ่ายเลือดที่มีเชื้อเอชไอวี เข้าสู่ร่างกาย: 92.5%

การรับเลือดของผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีเข้ามาสู่ร่างกายถือเป็นวิธีที่มีความเสี่ยง “มากที่สุด” ที่จะทำให้ติดเชื้อ โดยจากสถิติ เฉลี่ยแล้วทุก ๆ การเปลี่ยนถ่ายเลือดที่มีเชื้อเอชไอวี 10,000 ครั้ง จะมีประมาณ 9,250 ครั้งที่ผู้รับเลือดติดเชื้อเอชไอวีตามไปด้วย หรือคิดเป็นสัดส่วน 92.5%

– การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ: 0.63%

การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ที่มีเชื้อถือว่าเป็นวิธีที่เสี่ยงมาก ๆ ที่อาจทำให้ได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าไปในร่างกาย เนื่องจากเลือดของผู้ติดเชื้ออาจจะติดค้างอยู่ในเข็ม และส่งผ่านไปยังผู้ที่ใช้เข็มฉีดยานั้นต่อ จากสถิติพบว่าการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวีตามไปด้วย 63 ครั้งจากทุก 10,000 ครั้ง หรือเท่ากับ 0.63%

– การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก (ฝ่ายรับ): 1.38%

การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักถือเป็นช่องทางการติดเชื้อเอชไอวีที่มีความเสี่ยงที่สุดรองจากการเปลี่ยนถ่ายเลือด แต่ความเสี่ยงดังกล่าวจะมากหรือน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับว่าเป็นฝ่ายรุกหรือฝ่ายรับในกิจกรรมครั้งนั้นด้วย โดยคนที่เป็นฝ่ายรับมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวีมากกว่ามาก เนื่องจากผิวหนังในทวารหนักนั้นบางกว่าผิวหนังของอวัยวะเพศชาย ดังนั้นความเสี่ยงในการติดเชื้อจึงมากกว่าด้วย

จากสถิติ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับคนที่มีเชื้อเอชไอวีโดยเป็นฝ่ายรับ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวี 138 ครั้งจากทุก 10,000 ครั้ง หรือประมาณ 1.38%

– การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก (ฝ่ายรุก): 0.11%

การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ติดเชื้อเอชไอวีได้มากกว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบปกติ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยเป็นฝ่ายรุก จากสถิติแล้วมีโอกาสที่จะติดเชื้อเอชไอวี 11 ครั้งจากทุก ๆ 10,000 ครั้ง หรือเท่ากับ 0.11% อย่างไรก็ตาม การเป็นฝ่ายรุกยังถือว่ามีความเสี่ยงในการติดเชื้อน้อยกว่าการเป็นฝ่ายรับนับสิบเท่า

– การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด (ผู้หญิง): 0.08%

ผู้หญิงมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากช่องคลอดของเพศหญิงจะสัมผัสกับน้ำอสุจิของผู้ชายนานกว่า หากเปรียบเทียบกับระยะเวลาที่อวัยวะเพศชายต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่งในอวัยวะเพศหญิง ดังนั้นจึงทำให้ในทุก ๆ การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องทางปกติ 10,000 ครั้ง ผู้หญิงมีโอกาสติดเชื้อเอชไอวี 8 ครั้ง หรือคิดเป็น 0.08%

– การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด (ผู้ชาย): 0.04%

ในการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ผู้ชายมีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้หญิง เนื่องจากระยะเวลาที่อวัยวะเพศชายสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้หญิงนั้นสั้นกว่าโดยเปรียบเทียบ (เทียบกับกรณีที่ช่องคลอดของผู้หญิงต้องสัมผัสกับน้ำอสุจิของเพศชาย) ดังนั้นจึงทำให้ทุกการมีเพศสัมพันธ์แ

สายพันธุ์ของเชื้อเอชไอวี

เชื้อไวรัสเอชไอวีมีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักดั้งเดิมคือ เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกากลาง เอชไอวี-2 (HIV-2) พบแพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์อื่น ๆ ที่กลายพันธุ์มาอีกมากมาย

ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์

จากข้อมูลทางการแพทย์ระบุชัดว่า เชื้อเอชไอวีไม่สามารถแพร่สู่กันได้โดยการติดต่อในชีวิตประจำวันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และไม่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการกอด การสัมผัสมือที่เป็นการทักทายแบบชาวตะวันตก หรือการปฏิสัมพันธ์ภายนอกอื่น เช่น การใช้ห้องน้ำร่วมกัน การใช้เตียงนอนร่วมกัน การใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารหรือรถแท็กซี่ร่วมกัน

     
นอกจากนี้ เชื้อเอชไอวีไม่ใช่โรคติดต่อทางอากาศ เหมือนกับไข้หวัด และไม่ติดต่อผ่านทางแมลง หรือ ยุง โดยทั่วไปแล้วเชื้อเอชไอวีติดต่อกันผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่ากว่า 80% ของผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีติดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน การแลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกาย เช่น อสุจิ เลือด หรือของเหลวในช่องคลอด นอกจากนี้เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อผ่านทางการใช้เข็ม หรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกันของผู้ใช้ยาเสพติด ขณะที่ผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถแพร่เชื้อไปสู่ลูกได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ การคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่






Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

สำนักงานปลัด5 อันดับล่าสุด

      “ยาเคนมผง” คืออะไร ทำไมถึงมีฤทธิ์รุนแรง อันตรายถึงชีวิต? 23/มี.ค./2564
      องค์ความรู้ เรื่อง "หลักการสังเคราะห์สร้าง/พัฒนาระบบจัดการปัญหายาเสพติดในกลุ่มแรงงานยุคดิจิทัลด้วยศาสตร์พระราชา" 23/ก.พ./2564
      แจ้งเบาะแสยาเสพติด ทั้งผู้ค้า ผู้เสพ 4/ก.พ./2564
      ล้อมรั้วรู้ทันป้องกันเอดส์ 19/ม.ค./2564
      สื่อสร้างความเข้าใจ แนวทางการเฝ้าระวัง ค้นหา ส่งต่อ บำบัด และดูแลติดตามผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิต 11/พ.ย./2563